You are here
Home > บทความรวมเรื่องกาแฟ > 4 เหตุผลที่ควรเลือกเรียนบาริสต้าที่ออสเตรเลีย จริงเหรอ?

4 เหตุผลที่ควรเลือกเรียนบาริสต้าที่ออสเตรเลีย จริงเหรอ?

ความสำคัญของวัฒนธรรมกาแฟและบาริสต้าในออสเตรเลีย

คนทั่วโลกดื่มกาแฟเฉลี่ยวันละ 2.25 พันล้านแก้ว โดย 1 พันล้านคน ดื่มทุกวัน ขณะที่มูลค่าตลาดกาแฟโลกในปี 2022 คาดว่าจะสูงถึง 4.33 แสนล้านดอลลาร์ และจากนี้จนถึงปี 2025 ตลาดน่าจะโต 7.64% ต่อปี   Starbuck เป็นเครือร้านกาแฟที่ใหญ่ที่สุดในโลก ส่วน Nescafe เป็นแบรนด์กาแฟที่ใหญ่ที่สุดในโลก  ช่วงเดือนต.ค. 2020 – ก.ย. 2021 บราซิลเป็นประเทศที่ส่งออกเมล็ดกาแฟมากที่สุดในโลก ส่วนไทยส่งออกอันดับ 9 ของโลก ขณะที่สหภาพยุโรปเป็นกลุ่มประเทศที่นำเข้าเมล็ดกาแฟมากที่สุดในโลก
            คนไทยรุ่นใหม่ที่สนใจในธุรกิจกาแฟ อยากยึดเป็นอาชีพเพื่อก่อร่างสร้างตัวหรือจะเป็นเพราะหลงมนต์เสน่ห์เครื่องดื่มจากสรวงสวรรค์ตัวนี้ มักเลือกที่จะไปร่ำเรียนทางสาย บาริสต้า และ คั่วกาแฟ ในดินแดนจิงโจ้ นอกจากจุดเด่นในด้านค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่าสหรัฐและยุโรปแล้ว  บรรดาคาเฟ่และโรงคั่วของออสเตรเลีย ล้วนมีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญใน “ศาสตร์” และ “ศิลป์” ของวิถีกาแฟไม่แพ้ประเทศไหน คว้ารางวัลจากเวทีประกวดกาแฟระดับโลกมาไม่น้อยทีเดียว
          วัฒนธรรมในบางประเทศนั้น  การสังสรรค์ พบปะเพื่อนฝูง หรือแม้แต่การปรึกษาหารืออย่างเป็นทางการ เช่นเดียวกันกับประเทศออสเตรเลีย แต่ตัวแปรที่ว่านั้น  มันคือ กาแฟ เครื่องดื่มที่หลายคนอาจคุ้นเคยเป็นอย่างดี เพราะอิทธิพลด้านกาแฟ จึงส่งผลให้วัฒนธรรมการดื่มกาแฟของออสเตรเลียตั้งแต่ในอดีต เมื่อระยะเวลาผ่านไปทำให้วัฒนธรรมการดื่มกาแฟของชาวออสซี่ ก็เริ่มทวีคูณความนิยมมากยิ่งขึ้น จนแพร่หลายไปทั่วทุกมุมประเทศในที่สุด

นั่นมันอดีต

        ปัจจุบันมีคาเฟ่คุณภาพระดับโลกกระจายเรียงๆกันไปตามท้องถนนต่างๆของเมือง Sydney  และ Melbourn โดยมียอดขายถลมทะลายในแต่ล่ะวันราวๆ 5-15 Kg/day ขายวันล่ะ 500-1000 แก้วต่อวัน ฉนั้นร้านกาแฟที่ออสเตรเลียจึงยุ่งมากๆ ทั้งความเร็วคุณภาพ และ มาตราฐานการตีนม Latte art ซึ่งต้องได้มาจาก skill การทำงานชั้นสูงของบาริสต้าต้องถูกระเบิดมาใช้ใน Rush Hours มันแทบเป็นไปไม่ได้เลยหากไม่ได้เตรียมตัวฝึกมาเฉพาะกิจอย่างดีพอ
        ในออสเตรเลีย ยังได้ยกบทบาทของการเป็นบาริสต้า ไว้ว่าคือบุคคลที่เชี่ยวชาญและมีทักษะสูงด้านกรรมวิธีการทำกาแฟ พร้อมทั้งเป็นบุคคลที่คอยให้บริการและหยิบยื่นประสบการณ์ดื่มให้ลูกค้าประทับใจ จนอยากกลับมาอีกครั้ง ดังนั้นธรรมเนียมในประเทศ หากนายจ้างจะรับสมัครบาริสต้าสักอัตรา ก็มักตามมาด้วยการคาดหวังที่มากกว่าพนักงานในตำแหน่งอื่น นั่นเอง เลยทำให้การเป็นบาริสต้าในออสเตรเลียนั้นไม่ใช่หนทางที่ง่ายดาย!! แต่รายได้และอนาคตทำให้ทุกคนอยากมาทำงานนี้ ตัวเลข 1,500,000 บาทต่อปีมีค่าแรงเทียบเท่าพนักงานบริษัทชั้นดีและไม่ต้องปวดหัวในเนื้องานให้มาคิดต่อ บวกกับมีเส้นทางระดับนานาชาติที่ข้องเกี่ยวกับธุรกิจกาแฟให้ต่อยอดได้อีกมากมาย นี่คือเหตุผลที่ดีพอให้ทุกคนพยายามครับ

4 .เหตุผลที่คนอยากเป็นบาริสต้า(ไม่)
ควรพิจารณาตัวเลือกสถาบันในออสเตรเลีย

1. ความรุ่งเรืองของอุตสาหกรรมกาแฟ

               เขาว่า “จากวัฒนธรรมการดื่มกาแฟที่สั่งสมจนเกิดเป็นอิทธิพลทั่วประเทศ ก่อเกิดเป็นอุตสาหกรรมด้านกาแฟที่มีชื่อเสียงและเป็นที่ยอมรับ แม้แต่เกษตรกรผู้ปลูกเมล็ดกาแฟสัญชาติออสซี่ ก็มักมีการการันตีคุณภาพด้วยใบรับรอง และเกษตรกรล้วนเป็นผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านการปลูกกาแฟอีกต่างหาก “เมลเบิร์น” เป็นเมืองที่มีความรุ่งเรืองด้านกาแฟสูงที่สุดในออสเตรเลีย และยังเป็นเมืองแนวหน้าด้านการผลิตบาริสต้าอีกด้วย”

 เรื่องนี้ไม่จริง

ขอความที่กล่าวมาข้างต้นมีเหตุผลบางส่วนที่ไม่เกี่ยวกับงานบริการที่เราจะต้องไปชงกาแฟให้ลูกค้ากิน ในการลองงานเพื่อรับพนักงานเข้าเป็นบาริสต้าประจำร้านนั้น จะพิจารณาจากประสบการณ์ และ Performance ในการ handle หน้างานตอนยุ่งๆ เนื่องจากที่ออสเตรเลียเป็นศูนย์รวมของบาริสต้าระดับโลกและประเทศหลายคนจึงยึดที่ฝีมือ ความรู้และบุคลิกมากกว่า กระดาษที่รับรองหรือการันตรีจากประเทศใดๆ ไม่สามารถสร้างความได้เปรียบในการสมัครงาน แต่ความรู้ที่หลากหลายเกี่ยวกับกาแฟ เช่นการ คั่วกาแฟ ที่มา และการดริปกาแฟ มีประโยชน์กว่า จะเห็นได้ว่ารุ่นพี่หลายพันคนที่เคยเป็นบาริสต้าออสเตรเลียมาแล้วกลับมาเปิดร้านกาแฟที่ประเทศไทยหลายคน รวมทั้งได้แชมป์โลก latte art coffee roasting aeropress และอีกหลายๆหลายการ

ต่างก็กล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่าไม่ใช่ ไม่ใช้ใบใดๆ อยากให้คนที่จะไปนั้นกลับมาตั้งใจฝึกจริงๆจังๆก่อนตกเป็นเครื่องมือการตลาดทั้งหลาย เรื่องไร่เรื่องเมล็ดก็คนล่ะเรื่อง เรื่องออสเตรเลียก็ต้องฟังบาริสต้าจากออสเตรเลียนะครับ ปัจจุบันมีบาริสต้าคนไทยที่ทำงานในร้านที่ดีที่สุดในเมืองต่างๆในออสเตรเลียกลับมาเปิดร้านกาแฟมากมายจนหลายๆแหล่งในประเทศไทยเริ่มมีมาตราฐานที่สูงกว่าออสเตรเลียในเมืองต่างบางแห่งแล้ว

2. อิทธิพลที่ส่งผลไปทั่วโลก?

เขาว่า ” หากจะเปรียบว่า อุตสาหกรรมกาแฟในออสเตรเลีย นั้นมีระดับแซงหน้าแฟรนไชส์ชื่อดังระดับโลกในไทย ก็คงไม่ไกลเกินจริง เพราะวัฒนธรรมกาแฟของชาวออสซี่ ยังคงเผยแพร่อิทธิพลไปหลายประเทศทั่วโลก  วัฒนธรรมกาแฟออสเตรเลียที่ถูกบ่มเพาะความสำเร็จมานาน ก็ได้เฉิดฉายสู่เวทีโลก ร้านกาแฟที่ชาวออสซี่เป็นเจ้าของ กระจายอยู่ทั่วทุกมุมโลก เช่น ในลอนดอน – ปารีส – นิวยอร์ก – เบอร์ลิน – ซานฟรานซิสโก ด้วยกรรมวิธีทางเทคนิคและการดำเนินการที่เหนือกว่าอเมริกา จึงทำให้บาริสต้าจากออสเตรเลีย (ไม่จำเป็นต้องออสซี่) เป็นที่ต้องการไม่น้อยในแวดวงกาแฟทั่วโลก”

ความจริงอีกครึ่ง

การชงกาแฟแบบมีมาตราฐานปัจจุบันหลายๆที่เริ่มเป็นสากลมากขึ้น ในประเทศไทยก็ไม่แพ้กันแล้วนะครับ การฝึกที่ประเทศไทยนั้นมีข้อได้เปรียบเรื่องเวลาและต้นทุนวัตถุดิบที่จะใช้ซ้อมมีราคาถุกกว่า อีกทั้งการเตรียมพร้อมก่อนไปนั้นยังเป็นเรื่องดีกว่ามากมาย ตอนนี้มีสถานที่สอนที่ตรากตรำช่วยในการพัฒนาฝีมือนักเรียนหลายแหล่งที่ และผู้สอนก็เคยได้แชมป์หรือเป็น head Barista ออสเตรเลียหลายคน ทั้งนี้ทั้งนั้น ครูที่ดีที่สุดก็คือประสบการณ์ การที่นักเรียนให้เวลาตัวเองมากๆในการฝึกฝนย่อมเป็นใบเซอร์ที่มองไม่เห็นแทบจะการันตรีความสามารถให้ตัวเองได้

3.ใบรับรองการันตีศักยภาพ?

เขาว่า  “การเรียนการสอนในออสเตรเลีย ด้านการเป็นบาริสต้ามืออาชีพ จะมีใบรับรองคุณวุฒิระดับสากลและเพียงพอต่อการยืนยันศักยภาพของผู้สำเร็จการศึกษา ว่ามีความเชี่ยวชาญด้านกาแฟแค่ไหน ไม่เพียงแต่เฉพาะเทคนิค กรรมวิธี และการเสิร์ฟเมนูเครื่องดื่มเท่านั้น แต่ในบางหลักสูตรเชิงลึกของการเรียนบาริสต้าที่นี่ จะมีใบรับรองมากกว่า 1 ใบ ซึ่งจะครอบคลุมไปยังการยึดตามหลักสุขอนามัย เพื่อการประกอบอาหารและการจัดสรรการเงินอีกด้วย เรียกว่าครอบคลุมและคุ้มค่าสุด ๆ”

ปัจจุบันใบเซอร์ที่ทรงคุณค่ามากมายเช่น จาก SCA จากอเมริกาที่ผู้เรียนอาจต้องจ่ายหลายแสนบาทกว่าจะเก็ย skill มาได้ครบแต่กระนั้นก็ยังไม่มีผลต่อการสมัครงานที่ออสเตรเลียอยู่ดี สักยภาพนั้นอยู่ในมือบาริสต้าแล้ว บทพิสูจน์จึงอยู่ในแก้วกาแฟลและการทำงานในหน้างานจริง ประกอบกับคลาสเรียนส่วนใหญ่ที่ออสเตรเลียไม่ได้ลงลึกในเนื้อหาวิชาการ และการปฏิบัติอย่าง intensive เป็นเพียงคลาสเบื้องต้นในการรู้จักเครื่องชงกาแฟเท่านั้น อีกทั้งยังไม่มรสถาบันจริงจังแบบอเมริกาหรืออิตาลีเลย ดังจะเห็นได้ว่าปัจจุบันบาริสต้าหน้าใหม่มักไม่ใช่ชาวต่างชาติมากนักแล้วแต่เป็นคนไทย จีน เกาหลี อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น เพราะปัจจุบันทั่วทุกมุมโลกมีคลาสสอนกาแฟดีๆมากมายและมีมาตราฐานจากออสเตรเลียทั้งสิ้นอันเป็นอิทธิพลของวีซ่านักเรียนจากนานาชาติที่พยายามเข้าไปเป็นบาริสต้าที่ออสเตรเลียมาช้านาน

4.คลาสเรียนที่ประเทศไทยมีข้อดีกว่ามากมาย กล่าวสั้นๆคือ

  • ราคารวมๆนับหารชั่วโมงแล้วถูกกว่ามาก ต้องเอาเวลาฝึกทั้งหมดมาหารค่าคลาสนะครับ
  • การเดินทางและข้าวของที่ต้องใช้ในการฝึกฝนราคาไม่แพงเหมือนที่ออสเตรเลีย
  • ผู้สอนทุ่มเทและเป็นบาริสต้ามีชื่อเสียงมาจากออสเตรเลียเช่นกัน
  • ไม่ต้องแบกความกดดันเพราะมีเวลาฝึกฝน และไม่ต้องแบกค่าเช่าค่ากินหนักๆแบบที่ออสเตรเลีย
  • หากมีความตั้งใจ หัดชิมหัดคั่วไปด้วยจะได้ความรู้ลึกๆ แบบคนออสเตรเลียที่ทำงานมาแล้วถึง 6 ปีเชียว

เมื่อทราบ 4 ข้อนี้แล้ว ก็ไปคิดเอาเองนะครับ
www.coffeelearner.con

Top